ติดแอร์ไหน

อยากนอนหลับฝันดีตลอดคืน นอกจากที่นอนนุ่ม ๆ สบาย ๆ แอร์ก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยให้หลับสนิท เย็นฉ่ำรอดพ้นจากอากาศร้อนของเมืองไทย แต่ถ้าซื้อแอร์มาแล้วติดผิดจุด แทนที่จะเย็นสบายจะกลายเป็นเหงื่อแตกทั้งคืน แล้วจะติดแอร์ห้องนอนตรงไหนดีให้เป๊ะ ตรงไหนที่ใช่ ตรงไหนควรเลี่ยง เรามีคำตอบมาฝาก

ติดแอร์ห้องนอนยังไงดี? ตรงไหนควรติดตรงไหนควรเลี่ยง

1. ติดแอร์ตามรูปทรงห้อง

“มุมไหนมองเห็นได้ทั้งห้องตรงนั้นควรติดแอร์”

ลมเย็นที่ออกมาจากแอร์ จะเป็นไปตามรูปแบบของห้อง ก่อนจะติดแอร์ห้องนอน เราก็ควรจะเลือกมุมให้ดี ดูก่อนว่ามุมไหนที่มองเห็นได้ทั้งห้อง เพราะถ้าติดแอร์ไว้ตรงนั้นความเย็นก็กระจายได้ทั่วห้องเหมือนกัน อย่าติดตรงมุมอับ มุมขวาง เช่น ถ้าห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าควรติดตามแนวยาว ถ้าเกิดไปติดผิดจุดจะทำให้แอร์เย็นแค่บางมุม เย็นไม่สม่ำเสมอทั้งห้องนั่นเอง

2. ติดแอร์ตั้งฉากกับเตียง

“ติดแอร์ตั้งฉากแอร์จะได้ไม่เป่าหน้า”

ใครอยากติดแอร์ห้องนอนให้เย็นฉ่ำ ๆ ทั้งห้อง นอนหลับสบายไม่โดนแอร์เป่าหน้า ควรจะติดแอร์ตั้งฉากกับเตียงดีกว่า ความเย็นจะได้มาลงตรงกลางเตียงได้พอดี เพราะถ้าติดปลายเตียงหรือหัวเตียง แอร์จะพัดความชื้น ฝุ่น เข้าหน้าเราเต็ม ๆ เสี่ยงจะเป็นภูมิแพ้ได้ ส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบสุด ๆ แถมความเย็นก็ไม่กระจายตัวทั่วทั้งห้องอีกด้วย

3. ไม่ติดเหนือประตู

“เปิด-ปิดประตูทีนึงลมร้อนเข้ามาเจอแอร์เต็มๆ”

ไม่อยากให้แอร์เย็นช้า ทำงานหนัก จนค่าไฟขึ้น อย่าติดแอร์เหนือประตู เพราะเวลาเราเปิด-ปิดประตู ถึงจะแค่แปปเดียว ก็ทำให้ลมร้อนจากข้างนอกเล็ดลอดเข้ามาได้แล้ว การติดตั้งแอร์ในห้องนอนเหนือประตูไม่ได้ทำให้เปลืองไฟอย่างเดียว ยังทำให้ลมที่ออกมาจากแอร์มีอุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวร้อนได้

4. ไม่ติดตรงที่เจอแสงแดดหรือความร้อน

“หน้าต่างรับแสงความร้อนแอร์ก็ทำงานหนักตามไปด้วย”

นอกจากประตูแล้ว อย่าลืมนึกถึงหน้าต่าง เพราะการติดแอร์ในห้องนอนเหนือหน้าต่าง แอร์จะรับแสงและความร้อนจากข้างนอกแบบเต็ม ๆ แน่นอนว่าเจอแบบนี้แอร์ทำงานหนักขึ้น ค่าไฟพุ่งกระฉูดแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว ถ้าเลือกได้ก็ควรหลีกเลี่ยงจุดที่เจอความร้อน แต่ถ้าเลือกไม่ได้จริง ๆ ก็ควรจะเลือกแอร์ที่มี BTU สูงกว่าขนาดห้องหน่อย แอร์ก็จะทำงานได้เต็มที่แบบไม่ต้องเสียค่าไฟมากไป

5. ไม่ติดเหนือเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า

“ติดแอร์เหนือเฟอร์นิเจอร์ลำบากตอนล้าง”

ไม่ควรติดแอร์ไว้เหนือเฟอร์นิเจอร์ จะโต๊ะ ตู้ เตียง หรือชั้นวางของติดผนังก็ควรเลี่ยง เพราะพอถึงเวลาล้างแอร์ จะล้างยากมาก ต้องยกเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้านออกกันยกใหญ่ ล้างเสร็จต้องย้ายกลับอีก หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อนอย่างตู้เย็น ไมโครเวฟ ก็ไม่ควรติดแอร์เหนืออุปกรณ์เหล่านี้ เพราะว่าแอร์จะได้รับความร้อน และทำงานหนักยิ่งกว่าเดิมนั่นเอง

รู้แล้วว่าควรจะติดแอร์ห้องนอนตรงไหนถึงจะเหมาะสม ไปดูข้อควรระวังกันอีกสักหน่อย ว่าถ้าอยากให้แอร์เย็นฉ่ำแบบประหยัดไฟ และดูแลง่าย จะต้องระวังอะไรกันบ้าง

ติดแอร์ห้องนอนต้องระวังตรงไหนบ้าง?

1. ระวังจุดที่ล้างแอร์ยาก

ติดแอร์ห้องนอนเหนือเฟอร์นิเจอร์นอกจากทำให้ล้างแอร์ยากแล้ว ถ้าติดบนห้องที่มีเพดานสูงกว่า 2.5 เมตร ก็ทำให้ล้างแอร์ยากเหมือนกัน บ้านไหนมีห้องนอนเพดานสูง ควรเลือกติดแอร์แบบฝังฝ้าจะเหมาะกว่า นอกจากจะดูแลได้เหมาะสมกว่าแล้ว ยังกระจายความเย็นได้ดีทั่วถึงมากกว่าแอร์ติดผนังด้วย

2. ระวังเรื่อง BTU แอร์ไม่เพียงพอ (สรุปวิธีเลือก BTU แอร์สั้น ๆ)

การติดตั้งแอร์ในห้องนอนจะต้องดูขนาดพื้นที่ในห้องเป็นหลัก เพราะถ้าติดแอร์เล็กกว่าห้องเกินไปก็จะเย็นไม่พอ แถมยังเปลืองไฟเพราะแอร์ทำงานหนักเกิน หรือถ้าติดแอร์ใหญ่ไปก็อาจจะเสียค่าเครื่องมากเกินกว่าเหตุ ดังนั้นถ้าอยากจะประหยัดไฟได้แอร์เย็นฉ่ำ ก็ควรเลือก BTU (British Thermal Unit) หรือหน่วยพลังงานความร้อนให้เหมาะ 

พื้นที่ห้องนอน

ขนาด BTU แอร์

12-15 ตร.ม.

9,000

16-20 ตร.ม.

12,000

24-30 ตร.ม.

18,000

28-35 ตร.ม.

21,000